สตรีไทย จากชุดไทยมาใส่กระโปรง
ตามหลักฐาน วิวัฒนาการของการแต่งกายไทย แม้อาจกล่าวกันว่า ช่วงหลังปี พ.ศ. ๒๔๘๐ ซึ่งก็คงประมาณสมัย รัชกาลที่ 7 รูปแบบแฟชั่นเสื้อผ้า ของสตรีไทย มีการเปลี่ยนแปลงไป คือ
มักมีการลอกแบบชุดแฟชั่นสมัยใหม่ ที่เห็นบนหนังสือเมืองนอก แล้วนำพัฒนา มาตัดมาเย็บ แต่กระนั้นก็เป็นการเปลี่ยนไปในบางกลุ่มสังคม ไม่ใช่จะทั้งหมด

มันไม่ใช่เรื่องแปลก กับการพบเห็น หญิงไทยในพระนคร คล้ายละครย้อนยุค แต่น่าจะก่อนยุค แฟชั่นคุณวนิดาอีก ในรูปแบบ ผู้หญิงใส่กระโปรงมีเสื้อผ้าคล้ายพวกฝรั่ง ที่ก็ล้วนมาจาก การได้ติดต่อสื่อสารกับต่างชาติ รับเอาแฟชั่นจากตะวันตก แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น เมื่อสตรีไทยเธอใช้ชีวิตอยู่ที่บ้าน ยังคงนุ่งผ้าซิ่นใส่เสื้อธรรมดาเป็นแบบชุดไทย รูปแบบเดิมๆ

กล่าวโดยทั่วไป แม้การแต่งกายแบบตะวันตก จะเข้ามามีอิทธิพลอย่างสูงในสังคมไทยในช่วงนี้ แต่อิทธิพลนั้นก็ยังครอบคลุมเฉพาะชนบางกลุ่มเท่านั้น
สามัญชนทั่วไป สตรียังคงนิยมใส่เสื้อคอกระเช้า เก็บชายเสื้อไว้ในผ้าซิ่นหรือโจงกระเบน ถ้าจะออกนอกบ้านก็จะแต่งสุภาพขึ้น

โดยแม้กระโปรง ในปัจจุบัน อาจเป็นแฟชั่นที่ สังคมไทยต่างยอมรับ และมักใช้เป็น เครื่องแต่งกายเวลาใช้ ทำงาน หรือเป็นชุดไปงานสังคม แต่การร่วมกัน อย่างกับการปลูกฝั่งค่านิยมก็คือ การที่สตรีไทยในยุคสมัย ปี 2000 เธอก็ยังลงทุน ในการหา ชุดไทยมาสวมใส่ ในงานมงคล ไม่ว่า ชุดไทยแบบไหนๆ เช่น ชุดไทยจักรี และ ชุดไทยประยุกต์
นอกจากการไม่ใช้กระโปรงในบางโอกาศ แต่หวนกลับมาใช้แฟชั่นแบบย้อนยุค ในเรื่องงานแต่งงานเจ้าบ่าวเจ้าสาว แล้ว กิจกรรมอีกอย่างที่ สตรีไทย นิยมนำมาใช้เป็นการแต่งตัว ก็เช่น การใช้ผ้าถุงโบราณ และชุดไทยในงานลอยกระทง เป็นชุดไทยโบราณ ชุดไทยย้อนยุคที่ยังคงเห็นอยู่ ทุกวันนี้